คุณประโยชน์ทางโภชนาการของตะไคร้

คุณประโยชน์ทางโภชนาการของตะไคร้

เมนูอาหารไทยจำพวกต้มยำ ต้มโคล้ง ต้มข่า ผัดขิง  ผัดฉ่า ล้วนเป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นเมนูอาหารบ้านๆที่เราเราท่านๆรับประทานกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนมีส่วนประกอบของพืชสมุนไพรต่างๆ จริงๆแล้วพืชสมุนไพรมีส่วนเกี่ยวข้องวงเวียนอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมานานแสนนาน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของคนไทยซึ่งถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ในยุคประวัติศาสตร์ อาหารแต่ละประเทศได้ผ่านการคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับภูมิภาคอากาศ ภูมิประเทศและให้สอดคล้องกับการหาวัตถุดิบในการการประกอบอาหาร และยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย

 

ถึงแม้ในอดีตคนไทยยังไม่มีพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีความรู้เรื่องประโยชน์ในการนำวัตถุดิบมาประกอบอาหารเพราะส่วนใหญ่ผลิตที่ใช้ในการทำนั้นเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาป้องกันโรคต่างๆได้ ซึ่งในปัจจุบันวิทยาการพัฒนาขึ้นทางวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาแล้วก็ลงความเห็นว่าเช่นดังที่คนสมัยก่อนเขาใจสิ่งนี้จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่าคนไทยมีภูมิปัญญาที่ไม่ได้ด้อยใคร

 

ดังนั้นการรับประทานอาหารไทยนั้นจึงมีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน ชาวต่างชาติก็ได้หันมานิยมอาหารไทยเพราะติดใจในรสชาติที่เป็นไทย โดยทั้งโภชนาการสูง โดยส่วนใหญ่อาหารไทยจะมีวิธีการประกอบอย่างง่ายๆและใช้เวลาในการทำไม่นานมากนัก โดยเฉพาะทุกครัวเรือนของคนไทยและมีส่วนประกอบอาหารติดอยู่ทุกคนไม่ว่าจะเป็น พริกแห้ง กุ้งแห้ง น้ำปลา กะปิส้มมะขาม กระเทียม หัวหอม พร้อมทั้งส่วนประกอบจำพวกผักและเนื้อสัตว์นานาชนิด แต่เราอ้างไม่ทันสังเกตว่าในอาหารนั้นมีสมุนไพร หรือพืชสมุนไพรเป็นส่วนประกอบของอาหารที่เรารับประทานกันเป็นประจำ จะว่าไปถ้ากล่าวถึงคำว่าสมุนไพรหลายคนคงอาจจะนึกถึงแต่ยาต้มหม้อใหญ่ ไม่ก็ยาเม็ดยาลูกกลอนที่ผลิตออกมาจากจำหน่ายกันต่างๆมากมาย และมีพืชหลายชนิดที่คนไทยต่างใช้ในการปรุงอาหารรับประทานที่มีคุณสมบัติทางยา จัดอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพรซึ่งพืชเหล่านี้นอกจากจะเป็นผู้สร้างเอกลักษณ์ของกินและรสชาติอาหารไทยจนชื่อเสียงเลื่องลือไปไกลทั่วโลก แล้วยังอุดมไปด้วยคุณค่าประโยชน์มากมายเครื่องปรุงอาหารไทยที่แสดงให้เห็นสรรพคุณทางยามีอยู่หนึ่งอย่างที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ตะไคร้

 

ตะไคร้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในฐานะเครื่องปรุงที่ให้กินหรือเพิ่มรสชาติในกลุ่มอาหารรสจัด ที่เรารู้จักกันดีอย่าง ต้มแซบ ต้มยำหากต้มยำไม่ใส่ตะไคร้หรือถ้าน้ำพริกแกงต่างๆไม่ใส่ตะไคร้เสียแล้ว จะมีรสชาติดีได้อย่างไร ต้องมีรสชาติไม่เหมือนที่เราเคยรับประทานกันอย่างแน่นอน นอกจากกลิ่นหอมของตะไคร้จะมีความสำคัญในการปรุงอาหารแล้ว ยังมีรายงานเกี่ยวกับประโยชน์ของตะไคร้ต่อสุขภาพหลายอย่าง ตะไคร้มีคุณสมบัติเป็นยาต้านสารแบคทีเรียและเชื้อรา มีการใช้ตะไคร้ผสมกับพริกเพื่อแก้ปัญหาในช่วงที่มีประจำเดือนและอาการคลื่นไส้ น้ำตะไคร้ยังเป็นยาขับปัสสาวะ และตะไคร้ยังเป็นตัวทำความสะอาดที่ดีกล่าวคือช่วยล้างพิษให้ตับตับอ่อน ไต กระเพาะปัสสาวะและระบบทางเดินอาหารได้เ คยมีแรงงานผลวิเคราะห์บ้างสารอาหารในตะไคร้มีเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสามารถป้องกันมะเร็งได้

แร่ธาตุอาหารในตะไคร้ประกอบด้วย

ธาตุแคลเซียม

ประโยชน์ของแคลเซียมในร่างกายเกือบทั้งหมด จะถูกสะสมในกระดูกและฟันซึ่งเป็นส่วนที่แคลเซียมไปช่วยทำให้เกิดความแข็งแรง และยังมีปริมาณแคลเซียมจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในกระแสเลือด ที่จะมีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆเพื่อให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ เช่น ทำหน้าที่เป็นตัวนำสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทให้สื่อสารกันได้เป็นปกติช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติซึ่งที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยในกระบวนการทำให้เลือดแข็งตัวและช่วยในกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันโรค การศึกษาที่แสดงให้เห็นว่ายังช่วยบรรเทาอาการปวดก่อนมีประจำเดือน รวมทั้งอารมณ์ที่แปรปรวนซึมเศร้าและอื่นๆที่มักจะเกิดก่อนมีประจำเดือน ทั้งนี้เพราะการที่มีระดับแคลเซียมในร่างกายต่ำส่งผลให้ดับฮอร์โมนผิดปกติไปด้วย การที่เรารับประทานตะไคร้ก่อนมีประจำเดือน สามารถบรรเทาอาการเกี่ยวข้องที่มักเกิดก่อนมีประจำเดือน รวมทั้งลดอาการปวดลงได้ ตะไคร้อุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งถ้าเราไม่สามารถทานแคลเซียมได้โดยตรงเราอาจจะรับประทานตะไคร้ผ่านทางในรูปแบบของน้ำชาตะไคร้หรือน้ำตะไคร้ก็ได้

ฟอสฟอรัส

ประโยชน์ของฟอสฟอรัสทำให้เกลือแร่ทุกอย่างในร่างการสามารถทำหน้าที่ได้ดีมีประสิทธิภาพมากที่สุด เราจะพบในอาหารเกือบทุกชนิดอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูงอาจจะมีฟอสฟอรัสสูงด้วย หน้าที่ของฟอสฟอรัสต่อร่างกายเป็นส่วนสำคัญ ในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน เพื่อให้เป็นไปอย่างปกติกันควบคุมการทำงานของไต ช่วยให้วิตามินดีต่างๆทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไขมันและโปรตีน และยังมีความสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตการซ่อมแซมร่างกาย ให้พลังงานออกมาช่วยในการส่งสัญญาณของตัวกระตุ้นประสาท ช่วยรักษาสุขภาพระบบประสาทให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยควบคุมความสมดุลของกรดด่างในเลือดช่วยการดูดซึมของอาหารจากลำไส้เข้าสู่ร่างกายและส่งเสริมการขับฮอร์โมนออกจากต่อมกระตุ้นการท่าคลายตัวของกล้ามเนื้อรวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วยวิตามินบี 2 และ วิตามินบี 3 จะย่อยไม่ได้ถ้าปราศจากฟอสฟอรัส เพราะวิตามินบี จะทำให้มีอาการอ่อนเพลียไม่มีความอยากรับประทานอาหารปวดกระดูกเจ็บๆคันขับตามข้อภาษาต่างๆคั่นเนื้อคั่นตัวและประสาทส่วนกลางผิดปกติ เช่น รู้สึกหงุดหงิดดังนั้นการรับประทานตะไคร้สามารถทำให้เจริญอาหารได้หรือการรับประทานน้ำตะไคร้จะทำให้เราหายจากความหงุดหงิดได้ด้วย

 

ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ปกติในร่างกายของมนุษย์มีธาตุเหล็กอยู่แล้ว นั่นคืออยู่ในเม็ดเลือดแดงสีแดงที่มองเห็นอยู่ในเม็ดเลือดคือสีที่เกิดจากธาตุเหล็ก จับอยู่กับโปรตีนชนิดหนึ่งเรียกว่า ฮีโมโกลบิน หรือเรียกกันสั้นๆว่า ฮีม (Heme) แหล่งที่พบธาตุเหล็กมากที่เป็นสัตว์ โดยเฉพาะบริเวณเนื้อหนังของสัตว์ ไม่ใช่เฉพาะเนื้อสัตว์เท่านั้นที่มีธาตุเหล็ก ในพวกพืชผัก ข้าว ก็มีเหมือนกันพบมากใน มะขามอ่อน กฐิน ใบชะพลู ใบแมงลัก มะเขือพวง สะระแหน่ โหระพา ใบกระเพรา ผักกูด ตะไคร้ ขมิ้นสะเดา ขี้เหล็ก ผักบุ้ง และผักต่างๆอีกมาก ธาตุเหล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีมากเวลาที่รับประทานอาหารเข้าไปและจะกระจายอยู่ในไขกระดูกในเม็ดเลือดแดง ที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและจะอยู่ในกล้ามเนื้อเหล็กที่อยู่ในเม็ดเลือดแดง เป็นตัวที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นตัวเพราะออกซิเจนไปเลี้ยงทุกเซลล์ ดังนั้นส่วนสำคัญต่างๆของร่างกายจะทำงานได้ต้องมีเลือดเข้าไปถึงและเม็ดเลือดแดง จะต้องมีมากพอเพราะฉะนั้นการท่องเหล็กจึงเกิดผลต่อทางร่างกายกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงร่างกายของสมองคือ สติปัญญาการเรียนรู้ หน้าต่างนี้หน้าที่หลักของธาตุเหล็กรวมกับโปรตีนและทองแดงเพื่อสร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารที่ให้สีของเม็ดเลือดแด งจะเป็นตัวส่งออกซิเจนไปยังปอดและอวัยวะต่างๆดังนั้นเหล็กจึงเป็นตัวสร้างคุณภาพของเลือดและเพิ่มความต้านทานความเครียดในโลกมีหน้าที่สำคัญในการนำวิตามินบีชนิดใดใช้ให้ถูกต้องช่วยให้มีกำลังกระชับกระเฉงว่องไวและเพิ่มภูมิต้านทานของโรค

วิตามินเอ

เป็นวิตามินที่มีหน้าที่ปกป้องเยื่อบุตา เป็นวิตามินที่มีหน้าที่ปกป้องเยื่อบุต่างๆของร่างกาย เป็นวิตามินที่มีหน้าที่ปกป้องเยื่อบุต่างๆ ของร่างกาย เช่น เยื่อบุลำไส้ เยื่อบุทางเดินหายใจ เป็นต้น เมื่อขาดวิตามินเอเยื่อบุต่างๆใจเดียวพอทำให้เชื้อโรคเข้าสู่อวัยวะต่างๆได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวิตามินเอจะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงและยังช่วยให้สามารถมองเห็นในที่มืดได้ดี

ถ้าขาดวิตามินเอจะทำให้การปักตัวมองของตาในที่มืดบกพร่อง โดยคนสมัยก่อนแยกอาการดังกล่าวว่า ตามัวตาฟาง และวิตามินเอยังมีบทบาทช่วยในการเจริญเติบโตของระยะต่างๆไม่ว่าจะเป็น ตา สมองและอื่นๆนอกจากนี้ยังพบว่าวิตามินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วยซึ่งการขาดวิตามินเอทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอมองเห็นไม่ดีในเวลากลางคืนติดเชื้อง่าย

โพสท์ใน Uncategorized | ปิดความเห็น บน คุณประโยชน์ทางโภชนาการของตะไคร้

รู้จักตะไคร้สมุนไพรในครัวเรือน

ตะไคร้สมุนไพรใกล้ตัว Cymbopogon citrates

ภาคกลางเรียกตะไคร้หรือตะไคร้แกง ภาคเหนือเรียกจะไคร ภาคใต้เรียกไคร ไทยใหญ่เรียกคาหอม ส่วนปราจีนบุรีเรียกหัวสิงไคเช่นเดียวกับภาคอีสาน พืชที่มีกลิ่นตะไคร้มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก แถบหมู่เกาะอินเดียตะวันตกถึงงตะวันออกเฉียงใต้และทวีปในอเมริกาใต้

ตะไคร้แบ่งออกเป็น 6 ชนิดได้แก่

  1. ตะไคร้ก่อ
  2. ตะไคร้ต้น
  3. ตะไคร้หางนาค
  4. ตะไคร้น้ำ
  5. ตะไคร้หางสิงค์
  6. ตะไคร้หอม

ลักษณะทั่วไปของตะไคร้

ลักษณะทั่วไปของตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้า ยกเว้นตะไคร้ต้นและตะไคร้น้ำที่เป็นพืชยืนต้น

ตะไคร้เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ง่าย มีลักษณะลำต้นเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กมีอายุนานหลายปีลักษณะลำต้นเป็นกอสูงประมาณ 1 เมตร แตกกอหนาแน่นลำต้นที่แท้จริงประมาณ 4 ถึง 7 เซนติเมตร ผิวของลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบ ลำต้นสั้นตรง มีข้อและปล้องสั้นแข็งจะมีใบเลี้ยงสอนสลับกันหนาแน่น กาบใบเป็นแผ่นยาวโอบซ้อนกันจนแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยวมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบเรียวแหลมขอบใบคม มีขนเล็กน้อยสีขาว เป็นช่อกระจาย ประกอบด้วยก้านใบและแผ่นใบ เป็นใบเดี่ยวยาวเรียงสลับหลังใบสีเขียวท้องใบมีสีขาวนวลออกดอกยากเมื่อออกดอกเป็นช่อกระจาย ช่อดอกย่อมมีการออกเป็นคู่ๆในแต่ละคู่จะมีใบประดับรองรับ

การขยายพันธุ์และการปลูก

ตะไคร้ปลูกได้โดยการปักชำต้นเหง้า ตัดใบออกให้เหลือตอนโคนประมาณ 1 คืบ นำมาปักชำไว้สัก 1 สัปดาห์ก็จะมีรากงอกออกมา แล้วจึงนำลงไปแปลงดินที่เตรียมไว้ หรืออาจใช้วิธีการเอาโคนปักลงไปในดินที่เตรียมไว้โดยให้ห่างประมาณต้นละ 1 ศอก  หากปลูกในกระถางให้ใช้วิธีปักโคนลงในกระถาง กระถางละ 2-3 ต้นก็ได้แล้วหมั่นรดน้ำพรวนดินให้ชุ่มเช้าเย็น และตั้งไว้ให้โดนแดดตลอดวันจะทำให้ตะไคร้โตได้เร็ว ตะไคร้เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย และเป็นพืชที่ชอบน้ำชอบแดดเป็นอย่างมากควรจะต้องดูแลรดน้ำสม่ำเสมอและปล่อยให้โดนแดดตลอดวัน ตะไคร้จึงจะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ถ้าใครนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด เวลาจะนำไปใช้ประกอบอาหารก็ให้ตัดที่โคนสุดส่วนรากแล้วจึงถอนออกมาทั้งต้นตามที่ต้องการ ต้องคอยตรวจดูเมื่อตะไคร้มีกอเจริญเติบโตได้เต็มที่แล้วต้องถอนทิ้งหรือแยกออกไปปลูกใหม่บ้าง หรือถอนใช้บ้างเพื่อให้ต้นอ่อนขึ้นมาใหม่ ถ้าเราไม่แยกออกไปบ้าง ต้นตะไคร้ก็จะมีขนาดเล็กและลีบลงเรื่อยๆและอาจจะแคระแกร็น ต้นและกอก็จะเริ่มเหี่ยว ต้องถอนทิ้งและปลูกใหม่ทั้งหมด จึงควรเปลี่ยนเพื่อเป็นการแตกหน่อซึ่งจะทำให้การปลูกและการขยายพันธุ์เป็นไปได้ง่าย

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เป็นพืชเก่าแก่ที่ใช้สำหรับอาหารไทยมานานนับได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรแบบไทยๆที่เราทุกคนรู้จักกันดี เพราะตะไคร้เป็นเครื่องเทศสำหรับการปรุงอาหารนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น แกงเผ็ด แกงส้ม ต้มยำ ยำต่างๆและอีกหลากหลายเมนู

นอกจากนี้ตะไคร้ยังมีสรรพคุณใช้รักษาโรคได้หลายอย่างแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้รับประทานตะไคร้โดยตรงก็ตามเพราะส่วนใหญ่เราจะใช้ตะไคร้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารหรือใช้ดับกลิ่นคาวในอาหาร จากที่เราสังเกตเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของตะไคร้ เราจะรู้สึกสบายท้องหรือถ้าบ้านใครเลี้ยงสุนัขและแมวเมื่อพวกมันป่วยพวกมันมักจะไปกินใบตะไคร้พอสักครู่ก็จะอาเจียนออกมาไม่กี่วันก็หายเป็นปกติ การใช้ประโยชน์ของตะไคร้ต้น ใช้เป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร ใช้เป็นยาสมานแผล ยาฆ่าเชื้อโรค เป็นส่วนผสมที่สำคัญในสบู่ ยาระงับกลิ่น ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเครื่องหอม โดยนำน้ำมันหอมระเหยที่กลั่นได้ไปผสมกับส่วนผสมอื่นๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ปัจจุบันมีการนำต้นตะไคร้มาใช้ประโยชน์เป็นพืชสมุนไพรอย่างกว้างขวางและเพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ และมีการเพาะปลูกตะไคร้ต้นเพื่อการค้าในจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่ผู้ผลิตรายใหญ่คือประเทศจีนที่สามารถผลิตในรูปของน้ำมันหอมระเหยปริมาณหลายพันตันต่อปี สำหรับประเทศไทยยังไม่พบการผลิตเชิงการค้าอาจเนื่องจากไม่สามารถขยายพันธุ์จากการเพาะเมล็ดตามธรรมชาติได้ โดยส่วนใหญ่นั้นการขยายพันธุ์ต้นตะไคร้สามารถขยายด้วยวิธีการต่างๆเช่นการเพาะเมล็ดการปักชำแต่ยังไม่สามารถขยายพันธุ์ตะไคร้ต้นได้ส่วนเพราะการเลี้ยงเนื้อเยื่อจากส่วนของปลายยอดนั้นสามารถเพิ่มปริมาณต้นได้แต่ได้ในปริมาณที่น้อย ในประเทศไทยพบตะไคร้ต้นในป่าธรรมชาติทั่วไปซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณกว่า 700 เมตร ตามธรรมชาติต่างๆ

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ตะไคร้ สมุนไพรมหัศจรรย์

ตะไคร้ สมุนไพรมหัศจรรย์

ตะไคร้นั้นเป็นพื้นที่อยู่ในเขตร้อน โดยมีการสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่แถบหมู่เกาะอินเดียตะวันตก แล้วจึงถูกนำไปปลูกทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย ตะไคร้นั้นเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมานานนับหลายร้อยปีจนกลายเป็นพืชพื้นบ้านที่มีอยู่ทุกครัวในประเทศไทย และกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมด้านต่างๆของไทยมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะด้านอาหารไทย

เกือบทุกครอบครัวให้ความสำคัญกับตะไคร้ ตั้งแต่การเริ่มจ่ายตลาดตลาดเพื่อทำอาหารเช้ากระทั่งถึงอาหารค่ำ ทั้งนี้ก็เพราะตะไคร้มีประโยชน์มากมายทางด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการนำมาเป็นเครื่องปรุงรสแต่งกลิ่นอาหารไทยได้หลากหลายชนิด และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องแกงไทย เช่น พริกแกงที่มีอยู่มากมายในประเทศไทยหลากหลายตำรับ แม้กระทั่งอาหารประเภทยำต่างๆ เช่น ต้มยำ ที่นำส่วนลำต้นมาเพิ่มรสชาติจนหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว เพราะตะไคร้มีความสามารถในการดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร และยังช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากมีความสำคัญทางด้านคุณค่าทางอาหารแล้ว ตะไคร้ยังมีส่วนสำคัญในการถนอมอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เช่น หากตู้เย็นเสียก็ให้ลองนำเนื้อมาต้มกับตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง แล้วใส่เกลือนิดหน่อยก็จะสามารถเก็บเนื้อนั้นไว้ได้โดยไม่ต้องแช่เย็น ซึ่งจะทำให้บูดช้าว่าเนื้อที่ต้มโดยไม่ใช่สมุนไพรเหล่านี้ ในอีกด้านหนึงคุณค่าของตะไคร้ที่คนไทยนิยมรับประทานกันก็เพราะมีคุณสมบัติเป็นยา และมีประโยชน์ในการรักษาโรคได้อีกด้วย

ตะไคร้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนโรคและแมลง ตลอดจนความแห้งแล้งและดินเลวได้ดี ในสมัยก่อนชาวบ้านมักปลูกตะไคร้ป้องกันดินชะล้างพังทลายตามขอบบ่อและคันนา นอกจากนี้ตะไคร้เป็นพืชที่ยังแตกกอขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถปลูกตะไคร้เอาไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายๆในครัวเรือน หากไม่มีพื้นที่กว้างขวางก็อาจปลูกในกระถางหรือยางรถยนต์ก็ได้ ส่วนพันธุ์ตะไคร้ก็หาได้จากในครัวหรือตลาดสด เพราะตะไคร้ที่ใช้ปรุงอาหารนั้นใช้เป็นต้นพันธุ์ได้ทันที และหลังจากปลูกแล้วไม่นานตะไคร้ก็จะแตกกอจากต้นเดียวจนกลายเป็นก่อใหญ่ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้มากมาย

เนื่องจากตะไคร้เป็นพืชผักสมุนไพรที่มีประโยชน์หลายประการไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหารให้ได้กลิ่นและรสชาติที่หอมหวลแล้ว เรายังสามารถนำตะไคร้มาใช้ในทางด้านการแพทย์ได้อีกด้วย เมื่อเราคนไทยเล็งเห็นความสำคัญของจุดนี้แล้ว จึงนิยมนำมาปลูกเป็นพืชผักสวนครัวในบ้าน ซึ่งล้วนมีประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังดูแลง่าย หาซื้อได้ง่าย และสามารถใช้ร่วมกับชีวิตประจำวันได้อย่างมากมายซึ่งแทบจะทุกวัน หากบ้านไหนไม่มีตะไคร้อยู่ในสวนครัวหรือครัวของบ้านไหน ก็ต้องรีบหามาปลูกหรือซื้อมาเก็บไว้ เพราะตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มหัศจรรย์และสารพัดประโยชน์จริงๆ

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น